วิดีโอนี้อธิบายถึงปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้ระบบโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าได้ไม่เท่ากันในแต่ละวัน โดยทีมงาน United Solar Power (USP) ได้สรุปสาเหตุสำคัญ 5 ประการ ดังนี้:
-
ความเข้มของแสงและสภาพอากาศ : ในวันที่ฟ้าใส แผงได้รับแสงโดยตรงจะผลิตไฟฟ้าได้เต็มที่ แต่หากมีเมฆ ฝน หรือฝุ่นควัน (รวมถึง PM 2.5) จะทำให้ประสิทธิภาพการผลิตลดลง
-
ฤดูกาลและระยะเวลาในการรับแสง : ในฤดูร้อนดวงอาทิตย์ขึ้นเร็วและตกช้าทำให้ผลิตไฟฟ้าได้นานกว่า ส่วนฤดูหนาวแม้แดดจะแรงแต่ดวงอาทิตย์ตกเร็วและมุมแสงที่ตกกระทบแผงเฉียงกว่าปกติ ทำให้ปริมาณไฟฟ้าลดลง
-
อุณหภูมิของแผง : แผงโซลาร์เซลล์ทำงานได้ดีที่สุดที่อุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส หากอากาศร้อนจัดจนอุณหภูมิแผงพุ่งสูงถึง 60-70 องศาฯ ประสิทธิภาพจะลดลง แต่ถ้ามีลมช่วยระบายความร้อนก็จะผลิตไฟฟ้าได้ดีขึ้น
-
ความสกปรกและเงาบัง : ฝุ่น คราบสกปรก ขี้นก หรือเงาจากต้นไม้และอาคารที่มาบังแผง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการผลิตไฟฟ้า และอาจส่งผลต่อแผงอื่นๆ ในวงจรเดียวกันด้วย
-
ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์ (-): หากอินเวอร์เตอร์ติดตั้งในจุดที่ระบายอากาศไม่ดีหรือร้อนเกินไป เครื่องอาจลดกำลังผลิตหรือหยุดทำงานเพื่อป้องกันความเสียหาย ทำให้ไฟฟ้าที่ผลิตได้ลดลงแม้แผงจะรับแสงได้เต็มที่ก็ตาม
โดยสรุป การออกแบบระบบที่ดีและการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ระบบโซลาร์เซลล์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวครับ